สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ดินแดนอาถรรณ์ ที่ซึ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้าไปล้วนหายสาบสูญ

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า (Bermuda Triangle) หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า สามเหลี่ยมปีศาจ ดินแดนที่เรียกได้ว่ามีความลึกลับเป็นอย่างมาก ที่ซึ่งทุกสิ่ง ทุกอย่าง ที่ล้วนหลงเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวนั้นล้วนหายสาบสูญไปตลอดกาล ไม่ว่าจะเป็นเรือ หรือเครื่องบิน ซึ่งยังหาข้อพิสูจน์กันในปัจจุบัน

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

มีทฤษฎีมากมายเกี่ยวกับสามเหลี่ยมปีศาจนี้ แต่เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นก็ยากที่จะหาข้อสรุปได้อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นดินแดนอาถรรณ์อันเลื่องลือ เต็มไปด้วยความลี้ลับที่ทำให้นักเดินเรือ และนักบินต่างต้องหวาดกลัวกันเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ปีค.ศ. 1800 จนถึงปี ค.ศ. 1976 มีเหตุการณ์หายสาบสูญในบริเวณนี้กว่า 143 ครั้ง รวมจำนวนผู้คนที่หายสาบสูญกว่า 2,101 คน ทั้งนี้สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า อยู่บนมหาสมุทรแอตแลนติก มีเนื้อที่โดยประมาร 1.14 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่าง รัฐฟลอริดา ของสหรับอเมริกา, ปอร์โตริโก, และเกาะเบอร์มิวด้า ครอบคลุมพื้นที่ช่องแคบฟลอริดา, หมู่เกาะบาฮามาส, และหมู่เกาะแคริบเบียน โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่หนาแน่นที่สุดในโลก เนื่องจากว่าเรือพาณิชย์หลายลำมุ่งหน้าไปยังเมืองท่าของทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และหมู่เกาะแคริบเบียน รวมไปถึงเครื่องบินเองก็มีเส้นทางบินที่ผ่านจุดนี้ไม่น้อยไปกว่ากัน เป็นพื้นที่สัญขรทางอากาศที่หนาแน่น เพื่อมุ่งหน้าไปยังฟลอริดา แคริบเบียน และทวีปอเมริกาใต้

 

อาถรรณ์สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

เรื่องลึกลับเกี่ยวกับ สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์อันลึกลับ น่าสะพรึงกลัวของดินแดนแห่งนี้ เริ่มต้นขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงปี ค.ศ. 1945 เป็นต้นมา โดยมีรายงานการหายสาบสูญอย่างผิดปกติ และแปลกประหลาดในบริเวณดังกล่าวมากมาย เครื่องบินกว่า 100 ลำ รวมไปถึงเรือเดินสมุทรจำนวนนับไม่ถ้วนหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่พบซากเครื่องบิน เรือ หรือแม้แต่ศพ ปราศจากร่องรอยต่างๆ เมื่อเดินทางผ่านบนิเวณของสามเหลี่ยมปีศาจแห่งนี้ ราวกับว่าเครื่องบินลำนั้น หรือเรือลำดังกล่าว รวมไปถึงนักบิน, ลูกเรือ และผู้โดยสาร ไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย แม้ว่าประเทศต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูญเสียจะพยายามค้นหาคำตอบ หรือแม้แต่กู้ซากเรือ ซากเครื่องบิน แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ และยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเหตุการณ์หายสาบสูญนับร้อยๆครั้งทั้งทางอากาศและทางทะเล เกิดจากสาเหตุใด

 

ารหายสาบสูญของเครื่องบินบ F19

การหายสาบสูญของฝูงเครื่องบินรบ F19

เหตุการณ์เกี่ยวกับการหาบสาบสูญของเรือเดินสมุทรและเครื่องบินบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ณ เวลานั้น ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นคือ การหายสาบสูญของฝูงเครื่องบินรบ F19 ในวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1945 ซึ่งเป็นฝูงบินของกองทัพสหรัฐฯ โดยหายสาบสูญไปพร้อมกันทั้งฝูงในขณะที่กำลังฝึกซ้อมการบิน ได้แก่ เครื่องบินทิ้งระเบิดทีบีเอ็ม และอแวงเกอร์ 5 ลำ มีจำนวนนักบินและพลเรือนประจำเครื่องทั้งสิ้น 14 นาย ในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ก่อนการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ผู้บังคับฝูงบินได้รายงานมายังฐานปฏิบัติการว่า “เรากำลังเข้าสู่เขตน้ำขาว ไม่มีอะไรดูปกติเลย เราไม่รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน น้ำทะเลเป็นสีเขียว ไม่ใช่สีขาว” นอกจากนี้ยังมีข้อความสุดท้ายจากร้อยเอก โรเบิร์ต คอส ผู้เป็นจ่าฝูง ส่งวิทยุหาเครื่องบินลำอื่นในฝูง ซึ่งทางฐานปฏิบัติการรับฟังได้ว่า “อย่าตามมา แยกกันออกไป แยกกันออกไป”หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อฝูงบินทั้งฝูงได้อีก หายสาบสูญไปตลอดกาล และทางฐานปฏิบัติการก็ไม่ได้รับรายการจากฝูงบิน F19 อีกเลย

ทั้งนี้ สอดคล้องกับเหตุการณ์การหายสาบสูญของเครื่องบินส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้ โดยส่วนมากแล้วจะขาดการติดต่อกับฐานปฏิบัติการ ซึ่งจะรายการสภาพการณ์ที่เป็นปกติ อากาศ และทัศนวิศัยดี ก่อนจะขาดการติดต่อไปตลอดกาล ในบางครั้งก่อนจะเกิดเหตุการณ์หายสาบสูญ จะมีนักบินพยายามติดต่อเข้ามายังฐานปฏิบัติการรายงานความผิดปกติของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ความผิดปกติของอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆบนเครื่องบินซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ เข็มทิศที่ไม่สามารถบอกทิศทาง ท้องฟ้ากลายเป็นสีเหลือง หมอกหนาทึบ ท้องทะเลที่ปั่นป่วนขึ้นมาอย่างกระทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ

 

การหายสาบสูญของเรือเดินสมุทร

 

การหายสาบสูญของเรือเดินสมุทร

จากสถิติของ Lioyd’s ov London บริษัทรับประกันภัยเรือเดินสมุทร พบว่านับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1963 จนถึงปี ค.ศ. 1973 มีเรือในประกันของบริษัทหายสาบสูญไปจำนวน 60 ลำ รวมผู้โดยสารกว่า 900 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่หายสาบสูญไปในบริเวณของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ค.ศ. 1967 นั้น มีเรือทะเล และเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้หายสาบสูญไปใรบริเวณดังกล่าวกว่า 15 ลำ และในเรือ 15 ลำนี้ ไม่มีการส่งสัญญาณ SOS เพื่อขอความชาวยเหลือเลย อีกทั้งเรือทั้ง 15 ลำ ยังเป็นเรือขนาดใหญ่ มีอุปกรณ์และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยที่ช่วยในการเดินเรือ ทั้ง วิทยุสื่อสาร, อุปกรณ์นำร่อง, เรดาร์ ฯลฯ แต่ก็ศูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย แม้ว่าจะมีการค้นหากันเป็นเดือนๆ ก็พบเจอแต่ความว่างเปล่า

 

เรื่องเล่าของดินแดนอาถรรณ์จากผู้ที่เฉียดตาย

แม้ว่าดินแดนอาถรรณ์แห่งนี้จะกลืนกินชีวิตมนุษย์ รวมไปถึงเครื่องบิน และเรือ ไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังมีผู้ที่รอดมาจากพื้นที่ดังกล่าว รวมไปถึงผู้ที่รับรู้ความลึกลับของดินแดนดังกล่าวจากปากของผู้ที่หายสาบสูญเมื่อย่างกายเข้าสู่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ซึ่งล้วนแล้วแต่บอกกล่าวถึงความผิดปกติในบริเวณสามเหลี่ยมปีศาจแห่งนี้ดังนี้

  • การขัดข้องของเครื่องมือนำร่อง เคยมีรายงานเข้ามาของนักบินนาวี ร้อยเอกเทเลอร์ ได้ส่งวิทยุแจ้งเข้ามายังหอบังคับการบิน ในขณะที่กำลังกลับจากการฝึกบิน เมื่อบินผ่านสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าว่า “เข็มทิศหมุนอย่างบ้าคลั่ง ไม่สามารถจับทิศทางได้ และไม่ทราบว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ไหน” หลังจากนั้นร้อยเอกเทเลอร์ก็ขาดการติดต่อไป และหายสาบสูญไปตลอดกาล ไม่พบแม้กระทั่งซากเครื่องบิน และซากศพของเขา
  • ประสาทสัมผัสทั้ง 5 รับรู้อย่างผิดปกติ  ส่งผลให้ผู้ที่หลุดเข้าไปยังสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเกิดอาการสับสน รับรู้วันเวลาผิด เสียการทรงตัว
  • การสื่อสารทางวิทยุถูกตัดขาด ทั้งเครื่องบิน และเรือที่เข้าไปในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า มักจะถูกตัดขาดทางการสื่อสาร แม้ว่าก่อนหน้านั้นในบางครั้งมีการส่งวิทยุไปยังฐานปฏิบัติการ แต่หลังจากนั้นก็มักจะขาดการติดต่อและไม่สามารถส่งสัญญาณได้อีกต่อไป