8 หญิงสาวที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ฆาตกรต่อเนื่อง ที่โหดเหี้ยมที่สุด

เมื่อพูดถึง ฆาตกรต่อเนื่อง หลายคนคงจะนึกถึงภาพยนตร์สยองขวัญจากฮอลีวู๊ด ที่ส่วนใหญ่แล้วล้วนแต่เป็นฆาตกรโลกจิต ไล่ตามฆ่าผู้คนอย่างไม่ลดละ ใครจะนึกว่าในชีวิตจริงนั้นยังคงมีฆาตกรที่ไล่ฆ่าคนแบบเดียวกับในภาพยนตร์อยู่

8 ฆาตกรต่อเนื่องหญิง

 

ในวันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวของ 8 หญิงสาวที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นฆาตรกรต่อเนื่องที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งแต่ละคนนั้นล้วนแล้วแต่ก่อเหตุสะเทือนขวัญจนทำให้เราคิดว่ายังมีคนที่โหดเหี้ยมเช่นนี้อยู่บนโลกของเราด้วยหรือ

8 ฆาตกรต่อเนื่องหญิงที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์

ฆาตกรต่อเนื่อง แนนนี ดอสส์

  1. แนนนี่ ดอสต์ หญิงชาวอเมริกันผู้มีรอยยิ้มบนใบหน้าตลอดเวลา แต่เบื้องหลังรอยยิ้มแสนหวานนั้น เธอได้ทำการสังหารคนในครอบครัวอย่างต่อเนื่องถึง 11 รายในปี ค.ศ. 1954 ซึ่งเธอได้ใช้สารหนูสังหารสามี 4 คน, แม่ของตนเอง, แม่ของสามี 1 คน, พี่น้อง 2 คน, ลูกของตนเอง 2 คน, และหลานอีก 2 คน โดยเธอถูกจับกุมหลังจากสังหารสามีคนที่ 5 ที่รอดตายจากการสังหารของเธอ ก่อนจะถูกวางยาตายในครั้งที่ 2 ทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ จึงได้ขอชันสูตรศพและพบสารหนูในร่างกายของผู้ตาย
    หลังจากที่แนนนี่ถูกจับกุม เธอยอมรับสารภาพว่าสาเหตุที่ทำลงไปนั้น เนื่องจากว่าเธอต้องการชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ จึงได้ก่อเหตุสังหารสามีคนแล้วคนเล่า
    ในปัจจุบันแนนนี่ได้เสียชีวิตขณะมีอายุ 59 ปี ด้วยโรคลูคีเมียในปี ค.ศ. 1965 แม้จะโหยหาความสมบูรณ์แบบ แต่การเข่นฆ่าเอาชีวิตของผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

    ฆาตกรต่อเนื่อง ไอลีน วอร์โนส

  2. ไอลีน วอร์โนส โสเภณีคนนี้ได้กระทำการสังหารผู้ชาย 7 คน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1989 จนถึงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1990 โดยทุกรายที่เสียชีวิตนั้น ล้วนถูกไอลีนใช้ปืนจ่อยิงในระยะเผาขนทั้งสิ้น และเธอก็อ้างว่าเป็นการป้องกันตัวจากการถูกข่มขืน
    สุดท้ายแล้วไอลีนถูกตัดสินประหารชีวิตในปี ค.ศ. 2002  หลังจากตำรวจตรวจพบลายนิ้วมือของเธอ โดยเธอสังหารเหยื่อทั้ง 7 ราย พร้อมกับปล้นทรัพย์สินของพวกเขา ก่อนตายเธอได้ทิ้งคำพูดเอาไว้ว่า “ฉันฆ่าผู้ชายพวกนั้น ปล้นพวกเขาอย่างเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง และฉันจะทำอีก ไม่มีทางที่จะปล่อยให้ฉันมีชีวิตได้ เพราะฉันจะทำอีก ฉันจะฆ่าอีก ฉันมีความเกลียดชังไหลเวียนอยู่ในสายเลือด”
    ทั้งนี้คาดว่าสาเหตุที่ทำให้เธอมีความโหดเหี้ยมและเกลียดชังน่าจะเป็นเพราะช่วงวัยเด็กที่เธออาศัยอยู่กับพ่อที่ติดคุกในข้อหาลวนลามเด็ก และหลังจากนั้นเธอถูกส่งไปอยู่กับญาติขี้เหล้าที่ชอบใช้ความรุนแรง

    ฆาตกรต่อเนื่อง ฮัวนา บาร์ราซา

  3. ฮัวนา บาร์ราซา อดีตนักมวยปล้ำอาชีพชาวเม็กซิโก ผู้ซึ่งกลายมาเป็นฆาตกรต่อเนื่องด้วยการสังหารหญิงชราไปกว่า 42-48 คน ในช่วงปีค.ศ. 1990-2000 ซึ่งเธอมักจะปลอมตัวเป็นนางพยาบาล หรือบางครั้งปลอมเป็นเต้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ เพื่อเข้าไปสังหารเหยื่อในบ้าน หลังจากนั้นก็ขโมยศาสนวัตถุของเหยื่อไป อย่างเช่น คัมภีร์ไบเบิ้่ล หรือ ไม้กางเขน เป็นต้น
    ในที่สุดเธอถูกจับกุมได้ขณะที่กำลังเดินออกจากบ้านของเหยื่อ และถูกตัดสินจำคุก 759 ปี ถึงแม้ว่ากฎหมายของเม็กซิโกจะให้จำคุกได้ไม่เกิน 60 ปี แต่หญิงสุดโหดรายนี้ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในกรงขัง

    ฆาตกรต่อเนื่อง เจน ท็อพแพน

  4. เจน ท็อพแพน นางพยาบาลผู้มากับฉายา “นางฟ้าแห่งความตาย” ด้วยการที่เธอสังหารคนไข้ไปอย่างต่ำ 31 ราย ซึ่งชีวิตวัยเด็กของเธอนั้นถูกพ่อขี้เมาเอามาทิ้งไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พอเติบโตขึ้นมาเธอก็มีความฝันที่จะเป็นนางพยาบาล และอีกหนึ่งความฝันก็คือ ต้องการสังหารผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ให้มากที่สุดในโลก
    ทั้งนี้เธอจึงเริ่มสังหารคนไข้ด้วยการฉีดมอร์ฟีนให้เกินขนาด อีกทั้งเธอยังยอมรับว่าเกิดอารมณ์ทางเพศขณะที่กำลังมองเหยื่อของเธอตายอีกด้วย
    อย่างไรก็ตาม เจนตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลังจากที่ครอบครัวที่เธอเริ่มเข้าไปตีสนิทด้วยนั้นค่อยๆตายไปทีละคน เธอจึงถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ก่อนที่จะเสียชีวิตในห้องขังขณะที่อายุ 84 ปี ในปีค.ศ. 1938

    ฆาตกรต่อเนื่อง ไมรา ไฮด์ลีย์

  5. ไมรา ไฮด์ลีย์ หญิงสาวผู้ถูกสื่อประณามว่าเป็นผู้หญิงที่ชั่วร้ายที่สุดในอังกฤษ เนื่องจากเธอและแฟนหนุ่มที่ชื่อว่า เอียน เบรดี ได้ก่อเหตุสะเทือนขวัญขึ้นในปี ค.ศ. 1963-1965 ที่เรียกกันว่า “คดีฆาตกรรมมัวร์” ซึ่งเป็นคดีที่อื้อฉาวที่สุดในอังกฤษ ด้วยการสังหารเด็ก 5 คน หลังการทารุณกรรมทางเพศ โดยเด็กที่ตกเป็นเหยื่อมีอายุระหว่าง 10-17 ปี
    ไมราอ้างมาตลอดหลายปีว่า เธอถูกล้างสมอง และแฟนของเธอเป็นผู้ก่อเหตุทั้งหมด

    ฆาตกรต่อเนื่อง โรสแมรี เวสต์

  6. โรสแมรี่ เวสต์ ผู้หญิงที่มีชื่อฉาวโฉ่ที่สุดในอังกฤษ โดยระหว่างปี ค.ศ. 1973-1987 เธอกับสามีนามว่า เฟรด เวสต์ ได้ร่วมกันก่อเหตุช่มชืน และทรมานเหยื่อ ก่อนสังหาร อย่างต่ำ 9 ราย ซึ่งเหยื่อทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นหญิงสาวอายุน้อย
    ทั้งนี้ตำรวจรู้สึกสงสัยหลังจากที่ลูกสาวของเธอไม่ถูกพบเห็นมาเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี เมื่อสืบทราบภายหลังจึงพบว่าเธอและสามีได้ลงมือสังหารลูกสาวตั้งแต่อายุ 16 หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้านสยองขวัญของพวกเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบศพถูกฝังไว้เป็นจำนวนมากที่สวนหลังบ้าน
    โดย 2 สามีภรรยาถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต แต่ในปี ค.ศ. 1995 เฟรด ตัดสินใจฆ่าตัวตายในคุก ส่วนแมรี่ยังคงใช้ชีวิตในห้องขังต่อไป ซึ่งปจจุบันมีอายุ 64 ปี

    ฆาตกรต่อเนื่อง มิยูกิ อิชิคาวะ

  7. มิยูกิ อิชิคาวะ แพทย์ผดุงครรภ์ผู้สังหารทารกกว่า 103 ราย ในช่วงทศวรรษที่ 1940 จนถูกขนานนามว่า ฆาตกรต่อเนื่องหญิงที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น โดยเมื่อสตรีมีครรภ์เข้าไปทำคลอดที่โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ ได้ทิ้งลูกของตนเองไว้เนื่องจากปัญหาทางด้านการเงิน ทางมิยูกิเองก็ไม่สามารถช่วยเหลือเด็กที่ถูกทิ้งเหล่านั้นได้ เธอจึงแก้ปัญหาด้วยการเพิกเฉย ปล่อยให้เด็กทารกตายไปต่อหน้าต่อตา
    ทั้งนี้มิยูกิถูกจับในปี ค.ศ. 1984 หลังจากเจ้าหน้าที่พบศพเด็กทารกในโรงพยาบาลของเธอ 5 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่ตายอย่างผิดธรรมชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนต่อไปจนพบว่ายังมีศพเด็กทารกอีกเป็นจำนวนมากที่บ้านของสัปเหร่อ และที่วัดแห่งหนึ่ง
    อย่างไรก็ตาม เธอถูกศาลสั่งจำคุกเพียง 8 ปี และอุทธรณ์จนเหลือเพียง 4 ปีเท่านั้น ซึ่งคดีนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดกฎหมายการทำแท้งในประเทศญี่ปุ่น

    ฆาตกรต่อเนื่อง แด็กมาร์ โอเวอร์บาย

  8. แด็กมาร์ โอเวอร์บาย  พี่เลี้ยงเด็กสุดโหดแห่งเดนมาร์ค ผู้สังหารเด็กที่รับดูแลถึง 25 คน รวมถึงลูกของตนเองอีกด้วย เธอก่อเหตุสะเทือนขวัญขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1913-1920 ด้วยการจับเด็กกดน้ำ, รัดคอ รวมไปถึงการเผาทั้งเป็น ทั้งนี้เธอถูกศาลตัดสินให้ประหารชีวิต แต่ได้รับการลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต และเธอเสียชีวิตในเรือนจำด้วยวัย 42 ปี ในปี ค.ศ. 1929