อวกาศ ดินแดนลึกลับที่อยู่ห่างไกล เผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอวกาศ

อวกาศ เป็นบริเวณที่อยู่รอบนอกบรรยากาศของโลก เป็นพื้นที่เวิ้งว้างขนาดใหญ่ แต่ไม่ว่างเปล่า เพราะว่ายังมีสิ่งต่างๆลอยอยู่อย่างมากมาย ทั้ง เศษฝุ่นละออง, กลุ่มก๊าซ, ดาวเคราะห์, ดาวฤกษ์ ฯลฯ  ซึ่งไม่มีอากาศ ไม่มีโมเลกุลของก๊าซใดๆ เป็นสุญญกาศ ทำให้เมื่อเราอยู่ในอวกาศจะไม่สามารถได้ยินเสียงใดๆเลย แม้เสียงนั้นจะดังแค่ไหนก็ตาม การศึกษาเรื่องอวกาศเป็นอีกเรื่องที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากเป็นดินแดนที่อยู่ห่างไกลจากโลกของเรา

อวกาศ

ในหลายปีที่ผ่านมา มนุษย์โลกได้พยายามศึกษา ค้นคว้า เกี่ยวกับอวกาศอย่างไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการส่งดาวเทียมขึ้นไปสำรวจ การส่งยานสำรวจอวกาศ การตั้งสถานีอวกาศนานาชาติ หรือแม้แต่การส่งนักบินอวกาศออกไปเพื่อสำรวจอวกาศ

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ อวกาศ

สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นในดินแดนที่เต็มไปด้วยความลึกลับที่น่าค้นหา ซึ่งเรื่องราวที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นอีกเรื่องราวที่น่าสนใจซึ่งเชื่อว่าหลายๆท่านอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนก็เป็นได้

  1. NASA หรือ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สามารถบันทึกเสียงแปลกประหลาดจากอวกาศได้ ซึ่งในการบันทึกครั้งนี้นั้นทาง NASA ใช้คลื่นวิทยุ คลื่นพาสม่า และสนามแม่เหล็ก แปลงมาเป็นสัญญาณเสียงให้สามารถฟังได้ โดยที่เสียงที่ได้ฟังมานั้นมีตั้งแต่เสียงที่เหมือนกับเสียงรถพยาบาล ไปจนถึงเสียงที่เหมือนกับแตรspace sounds
  2. พระอาทิตย์ที่ตกบนดาวอังคารเป็นสีน้ำเงิน เนื่องจากว่าในชั้นบรรยากาศของดาวอังคารนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นที่มีอนุภาคละเอียดเป็นสีฟ้า จึงทำให้เมื่อเราอยู่บนดาวอังคารจะเห็นแสงของดวงอาทิตย์ที่กำลังตกเป็นสีฟ้านั่นเองพระอาทิตย์บนดาวอังคาร
  3. ในอวกาศมีขยะอยู่ปริมาณมหาศาล ซึ่งในปี 2017 รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเปิดเผยว่าในอวกาศอาจจะมีำนวนเศษขยะอวกาศสูงถึง 308,984 ชิ้นเลยทีเดียวขยะอวกาศ
  4. ดาวเสาร์มีน้ำหนักเบาและลอยน้ำได้ เนื่องจากว่าความหนาแน่นของดาวเสาร์ต่ำกว่าน้ำ ดดยความหนาแน่นที่แท้จริงของาวเสาร์เท่ากับ 0.687 g/cm 3 ส่วนน้ำมีความหนาแน่นเท่ากับ 0.998 g/cm 3 แต่เราจำเป็นต้องมีแก้วน้ำขนาดใหญ่เพื่อพิสูจน์ความจริงข้อนี้ดาวเสาร์
  5. ดวงจันทร์กำลังลอยห่างจากโลกทุกๆปี ซึ่งจะเคลื่อนที่ห่างจากโลกของเราปีละประมาณ 3.8 เซ็นติเมตร สาเหตุเกิดจากผลกระทบของน้ำขึ้น-น้ำลงดวงจันทร์
  6. มีทฤษฎีที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าดวงจันทร์เกิดจากการที่วัตถุขนาดใหญ่ของดาวอังคารพุ่งชนโลก จึงทำให้ดวงจันทร์หลุดออกไปmoon
  7. แสงจากดวงอาทิตย์ เป็นแสงโบราณ เนื่องจากว่าแสงจากดวงอาทิตย์ที่เราเห็นกันในทุกวันนี้นั้น เกิดจากแกนกลางของดวงอาทิตย์เมื่อ 30,000 ปีที่ผ่านมา ซึ่งใช้เวลานานกว่าจะผ่านอะตอมที่มีความหนาแน่นของดวงอาทิตย์ และใช้เวลาเพียงแค่ 8 นาที เมื่อลำแสงออกจากดวงอาทิตย์เดินทางมายังโลกSunlight
  8. ดวงอาทิตย์มีการสูญเสียพลังงานทุกวินาที โดยทุกครั้งที่เกิดลมสุริยะที่พุ่งออกจากพท้นผิวของดวงอาทิตย์ จะส่งผลให้ดวงอาทิตย์สูญเสียมวลรวมไปราว 2 ล้านกิโลกรัมต่อวินาทีsun
  9. เพียงหัวเข็มเดียวของพลังงานแสงอาทิตย์นั้น สามารถฆ่าคนได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร เลยทีเดียวพระอาทิตย์
  10. ในอวกาศไม่ได้มีแค่ความเย็นเสมอไป แม้ว่าเราจะเคยเห็นจากในภาพยนตร์หลายๆเรื่องที่นักบินอวกาศที่ไม่ได้สวมชุดอวกาศจะค่อยๆมีน้ำแข็งเกาะ ความจริงแล้วในอวกาศมีอุณภูมิที่สามารถเย็นได้ถึง -270 องศาเซลเซียส แต่บนอวกาศนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ความเย็นเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่โคจรอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ อุณภูมิในอวกาศจะสูงถึง 121 องศาเซลเซียสนักบินอวกาศ
  11. หากปราศจากชุดอวกาศ จะสามารถมีชีวิตอยู่ในอวกาศได้เพียง 15 วินาทีเท่านั้น เนื่องจากว่าในอวกาศไม่มีแรงดัน จึงทำให้อากาศในปอดขยายตัวและฉีกปอด ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายดึงเอาออกซิเจนจากเลือดมาใช้ ภายในเวลา 15 วินาที ก็จะทำให้ขาดอากาศหายใจนักบินอวกาศ
  12. ระยะเวลา 1 ปี บนดาวศุกร์ สั้นกว่าระยะเวลา 1 วัน บนโลก เนื่องจากว่าดาวศุกร์ใช้เวลาในการหมุนรอบตัวเอง 243 วันของโลก แต่ดันเคลื่อนที่หมุนรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลาเพียง 225 วันของโลกดาวศุกร์
  13. ที่แกนกลางของกาแล็คซี่ ทางช้างเผือก คือหลุมดำขนาดใหญ่นับหมื่น ซึ่งรายล้อมไปด้วยกลุ่มก๊าซเรืองแสง และดาวฤกษ์ที่หนาแน่นหลายพันล้านดวงทางช้างเผือก
  14. น้ำแข็งบนดาวพลูโตแข็งกว่าโลหะบนโลก เนื่องจากว่าที่พื้นผิวของพลูโตนั้นมีอุณหภูมิถึง -234.4 องศาเซลเซียส จึงว่ากันว่าน้ำแข็งี่อยู่บนพื้นผิวของพลูโตจะแข็งกว่าโลหะบนโลกพลูโต
  15.  ของเหลวจะมีลักษณะกลมเมื่อลอยอยู่ในอวกาศ  เมื่อของเหลวอยู่ภายใต้สภาวะไร้น้ำหนักบนอวกาศแล้วจะแปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นทงกลมทันที

ของเหลวในอวกาศ

 

ภายในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวดวงจันทร์ 2 คนแรก

นักท่องเที่ยวดวงจันทร์

เมื่อต้นปี 2017 Elon Musk เจ้าของ SpaceX ได้ออกมาประกาศว่า มีผู้ที่มีฐานะได้มัดจำเงินก้อนใหญ่เพื่อท่องเที่ยวไปในอวกาศ ซึ่งทริปนี้จะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวไปในวงโคจรของดวงจันทร์ และจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1972 ที่มนุษย์จะเดินทางออกจากวงโคจรของโลก โดยพวกเขาทั้ง 2 จะกลายเป็นมนุษย์คนที่ 25 และ 26 ในประวัติศาสตร์โลกที่จะได้เดินทางไปเหยียบดวงจันทร์ ทั้งนี้อาจจะต้องรอถึงไตรมาสที่ 4 ของปี 2018 เนื่องจากว่าในปัจจุบันมีเพียงยาน Dragon ที่ทำหน้าที่ขนส่งระหว่างโลกกับสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งรุ่นที่มีมนุษย์ควบคุมน่าจะถูกทดสอบในปี 2018 แม้ว่าจะไม่มีการออกมาเปิดเผยถึงราคาของเที่ยวบินในทริปนี้ แต่ก็คาดการณ์ว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 20 ล้านเหรียญต่อ 1 ที่นั่ง