ไดโนเสาร์ ย้อนรอยยุคไดโนเสาร์ครองโลก ช่วงแรก (Age of Dinosaur)

เรียกได้ว่าเป็นระยะยาวนานมากกว่าหลายร้อยล้านปีก่อนที่จะมีคริสต์ศักราช ที่เหล่าบรรดา ไดโนเสาร์ ทั้งหลาย ได้มีการเหยียบย้ำ พร้อมกับอาศัยอยู่บนโลกของเราใบนี้ ถึงแม่ว่าพวกไดโนเสาร์นั้นมักจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคแรกๆของโลกก็ตาม แต่ทว่าไดโนเสาร์ก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างความแตกตื่น น่าสนใจ ความตื่นเต้น ให้กับเหล่าบรรดามนุษยชนทั้งหลายได้เป็นอย่างมาก ใครหลายๆคนคงจะมีคำถามที่อยู่ภายในใจว่า สิ่งมีชีวิตรูปแบบนี้หรอที่เคยอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ก่อนที่จะมีคำว่ามนุษย์อยู่บนโลกใบนี้

จุดเริ่มต้นของยุค ไดโนเสาร์ ช่วงแรก

เริ่มตั้งแต่ช่วงที่เหล่าบรรดามนุษย์ทั้งหลายได้มีการรู้จักถึงการมีชีวิตอยู่ของเหล่าบรรดาไดโนเสาร์ทั้งหลาย ซึ่งได้มาจากการขุดพบซากไดโนเสาร์ตามสถานที่ต่างๆ พร้อมกับการศึกษาเกี่ยวกับซากของสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่างๆที่มีมาให้นักโบราณคดีทั้งหลายได้ศึกษากันอย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนี้มันย่อมส่งผลทำให้มีการนำไปสู่การค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์อื่นๆอีกมากมาย ในทุกวันนี้ นักโบราณคดีทั้งหลายที่ได้สำรวจเกี่ยวกับไดโนเสาร์ได้รู้จักไดโนเสาร์มากกว่า 400 สายพันธุ์ ดูเหมือนว่ามนุษย์เราก็จะได้รู้จักและก็มีการตั้งชื่อให้กับเหล่าบรรดาไดโนเสาร์ต่างๆ

แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆแล้วเหล่าบรรดานักบรรพชีวินวิทยาทั้งหลายได้มีการคาดคะเนเอาไว้ประมาณว่า บนโลกใบนี้น่าจะมีไดโนเสาร์จำนวนมากกว่า 2000 สายพันธุ์อาศัยอยู่ ด้วยเหตุนี้จึงสรุปได้ว่า บนโลกใบนี้น่าจะมีเหล่าบรรดาไดโนเสาร์ที่มนุษย์เพียงแค่ 1 ใน 5 เท่านั้น

ไดโนเสาร์ ย้อนรอยยุคไดโนเสาร์ครองโลก ช่วงแรก (Age of Dinosaur)

ไดโนเสาร์มักจะมีการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ใหญ่ๆ นั้นก็คือ กลุ่ใพวกที่มีสะโพกที่ลักษณะเหมือนกันกับกิ้งก่า หรือ เรียกอีกอย่าหนึ่งว่าพวกซอริสเชียน และ กลุ่มที่มีสะโพกที่มีลักษณะคล้ายนก หรือ ออนิธิชเชียน ซึ่งกลุ่มของพวกซอริสเชียนนั้นมักจะมีลักษณะที่มีความโดดเด่นมาก นั้นก็คือ พวกที่มีกระดูกหัวเหน่ากับบริเวณของก้นกบมักจะชี้ไปคนละทิศคนทางกัน ในส่วนพวกออนิโธเชียนนั้นมักจะมีกระดูกหัวเหน่าและบริเวณก้นกบชี้ไปข้างหลัง เป็นต้น

ไดโนเสาร์ ย้อนรอยยุคไดโนเสาร์ครองโลก ช่วงแรก (Age of Dinosaur)

ในส่วนของกลุ่มซอริสเชียนมักจะมีการประกอบทั้งหมดอยู่สองกลุ่มย่อยด้วยกัน นั้นก็คือ กลุ่มของเทอโรพอด ซึ่งมักจะมีการเดินไปด้วยสองขาหลัง แต่ทว่ามันก็ได้มีขากรรไกรยาวมากประกอบกับแนวฟันของมันที่มีความแหลมคมมากๆ ทำให้มันสามารถกินเนื้อเป็นอาหาร และกลุ่มของพวกซอโรพอดที่เป็นสัตว์กินพืช มักจะเดินสี่ขา ลักษณะของลำตัวหนาและหางใหญ่มาก คอจะยาวเป็นพิเศษ พร้อมกับบางส่วนของกลุ่มออนิธิชเชียนนี้มักจะเป็นไดโนเสาร์กินพืชทั้งหมด โดยมันจะมีการแยกออกเป็นกลุ่มย่อยได้แก่ กลุ่มของออนิโธพอดที่เดินสองขา ในลักษณะเช่นเดียวกันกับนก มันมักจะมีลำตัวที่แสนอวบหนาและใช้หางของมันช่วยในการทรงตัว ประกอบกับขากรรไกรสั้นกว่าพวกกินเนื้อ ส่งผลทำให้ปากมีลักษณะเป็นกระพุ้งแก้ม ต่อมาก็เป็นกลุ่มเซอราทอปเซียนหรือกลุ่มของพวกเดินสี่ขาที่มีเขาบนหน้า มักจะมีลักษณะปากเป็นจงอยแข็งมาก และกลุ่มแองคีโลซอเรียหรืออีกว่ากลุ่มของพวกสี่ขาที่หุ้มเกราะตลอดทั้งหลัง และก็พวกสเตโกซอเรียหรือพวกสี่ขาที่มีแผงใหญ่บนหลัง เป็นต้น

การแบ่งช่วงยุคของไดโนเสาร์

ไดโนเสาร์มักจะมีการปรากฏขึ้นมาในครั้งแรกของโลกเมื่อประมาณ 215 ล้านปีก่อน ภายในยุคสมัยของมหายุคเมโสโซอิค เหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายมักจะมีการแบ่งช่วงเวลาทั้งหมดของโลกออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ช่วงของมหายุคพรีแคมเบียร ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการกำเนิดโลกขึ้นมา เมื่อช่วงประมาณ 4600 ล้านปีก่อนไปจนถึงเมื่อช่วง 550 ล้านปีก่อน ยุคต่อมาก็เป็น ช่วงของมหายุคพาลีโอโซอิค เริ่มต้นจาก 550 ล้านปีก่อน ไปจนถึง เมื่อช่วง 245 ล้านปีก่อน ยุคที่สาม เป็นยุคมหายุคเมโสโซอิค เริ่มต้นตั้งแต่ 245 ล้านปีก่อน ไปจนถึง 65 ล้านปีก่อน และยุคสุดท้าย หรือ ยุค ที่ 4 คือ มหายุคซีโนโซอิค นั้นจะมีการเริ่มต้นจาก 65 ล้านปีก่อนที่ไปจนถึงยุคปัจจุบัน ตามลำดับ

ไดโนเสาร์ ย้อนรอยยุคไดโนเสาร์ครองโลก ช่วงแรก (Age of Dinosaur)

สำหรับมหายุคเมโสโซอิค หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ายุคแห่งไดโนเสาร์ นั้นก็คือ มักจะได้ถูกแบ่งออกเป็นยุคย่อยๆอีกสาม 3 ยุค ได้แก่ ไทรแอสสิค (Triassic) จูราสสิก (Jurassic) และครีตาเชียส (Cretaceous) เป็นต้น

ภายในยุคของไทรแอสสิค โลกใบนี้มักจะเป็นเพียงแค่ทวีปที่ใหญ่ที่สุด หนึ่งทวีป ซึ่งมักจะมีการเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มหาทวีปแพนเกีย นั้นมักจะมีการตั้งอยู่บนมหาสมุทรแพนธาลัสสา โดยมักจะมีทะเลสาปธีทีส ถือว่าเป็นหนึ่งในส่วนของยืนน้ำที่มีการแยกตัวออกมาจากเหล่าบรรดามหาสมุทร ด้วยลักษณะที่มีการเว้าเข้าไปในตอนกลางของผืนทวีป ประกอบกับสภาพอาการของยุคไทรแอสสิคนั้นมีสภาพอากาศค่อนข้างร้อน แห้ง แล้งมาก ยกเว้นแต่บริเวณใกล้ๆกับชายขอบของทวีป

ทั้งนี้ก็เป็นผลมากจากบริเวณเดินแดนด้านในนั้นมันห่างไกลจากทะเลมาก จึงส่งผลทำให้กระแสของลม ความชื้น ต่างๆ ไม่สามารถเข้าถึงไปยังเขตพื้นที่ตรงกลางได้ ด้วยเหตุนี้เหล่าบรรดาพืชพรรณต่างๆก็มักจะมีการเจริญเติบโตได้ดีกว่า ในบริเวณเฉพาะดินแดนที่อยู่ห่างไกลออกไปจากบริเวณชายฝั่ง

นอกจากนี้สภาพแวดล้อมต่างๆส่งผลทำให้ลักษณะของภูมิประเทศส่วนใหญ่ของยุคนี้มักจะเป็นบริเวณเนินเขาโล่งเตียน ประกอบกับมีทะเลทรายปกคลุม ยกเว้นแต่ช่วงของบริเวณชายของทวีปที่มักจะมีการปกคลุมผืนป่าไปด้วยและทุ่งของเฟิร์น ที่มักจะประกอบกับพืชพรรณภายในยุคของไทนแอสสิคต่างๆ ได้แก่ พืชตระกูลเฟิร์น ต้นสน ต้นแส้หางม้า และพื้นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับต้นปาล์มเป็นต้น ภายในยุคนี้ยังไม่มีพืชใบกว้างสักเท่าไหร่ เนื่องด้วยสภาพของอากาศที่มีความชื่นภายในอากาศไม่มากหนัก จึงส่งผลทำให้พืชมักจะมีขนาดใบที่เล็กลง ไม่กว้างมาก เพื่อที่จะช่วยในเรื่องของการคายน้ำ ในขณะที่พืชของดอกก็ยังไม่มีการถือกำเนิดขึ้นมาเช่นเดียวกัน

ไดโนเสาร์ ย้อนรอยยุคไดโนเสาร์ครองโลก ช่วงแรก (Age of Dinosaur)

สภาพดังกล่าวก็ทำให้ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ของยุคนี้เป็นเนินเขาโล่งเตียนและทะเลทราย ยกเว้นแต่บริเวณชายขอบทวีปที่ปกคลุมด้วยผืนป่าและทุ่งเฟิร์น พืชพรรณในยุคไทรแอสสิคประกอบด้วยพืชในตระกูลเฟิร์น สน ต้นแส้หางม้าและพืชที่มีลักษณะคล้ายต้นปาล์ม ในยุคนี้ยังไม่มีพืชใบกว้าง เนื่องมาจากสภาพอากาศทีมีความชื้นในอากาศไม่มาก จนทำให้พืชต้องมีใบเล็กและแคบเพื่อลดการคายน้ำ ในขณะที่พืชดอกก็ยังไม่ถือกำเนิดขึ้นมาเช่นกัน

ภายในช่วงเริ่มต้นของยุคไทรแอสสิค ถือว่าเป็นสตว์สามัญที่มีขนาดใหญ่มากที่สุด นั้นก็คือ ไซโนดอนท์ และก็ ดิกไซโนดอนท์ ซึ่งสัตว์เหล่านี้มักจะจัดอยู่ในกลุ่มของสัตว์เลื้อยคลาน จำพวกเทอแรพซิดส์ นับว่าเป็นสัตว์ชนิดใหญ่ที่มีการวิวัฒนาการขึ้นมาจากตั้งแต่สมัยยุคเพอร์เมียน ถือว่าเป็นช่วงสุดท้ายของมหายุคพาลีโอโซอิค ประกอบกับสัตว์พวกเทอแรพซิดส์นี้ มักจะมีลักษณะขายาวที่งอกออกมาจากบริเวณด้านใต้ของลำตัว ส่งผลทำให้มันสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและมันว่องไวมากกว่าสัตว์เลื้อยคลานกลุ่มอื่นด้วย

ไดโนเสาร์ ย้อนรอยยุคไดโนเสาร์ครองโลก ช่วงแรก (Age of Dinosaur)

ต่อมากลุ่มของพวกดิกไซโนดอนท์นับว่าเป็นอีกหนึ่งสัตว์กินพืช โดยที่มันมักจะมีของงาค่อนข้างมีขนาดเล็กอยู่ที่บริเวณข้างกรามเพื่อที่จะช่วยใช้สำหรับขุดรากไม้และมีจงอยปากที่มีความแข็งแรงมากเป็นพิเศษ เพื่อที่จะสามารถใช้ฉีกกินก้านแข็งๆของต้นพืชได้อย่างง่ายดาย ตัวอย่างของสัตว์เหล่านี้ก็ได้แก่ ลิสโตรซอรัสและแกนเมยีเรีย ในส่วนของพวกไซโนดอนท์นั้นเป็นกลุ่มของพวกสัตว์กินเนื้อ โดยสัตว์พวกนี้มีลำตัวเพรียวยาวมากมีลักษณะคล้ายคลึงกันกับสุนัขและมีขายาวกว่า พร้อมกับมันมักจะมีกรามแข็งแรงทรงพลังพร้อมกันกับฟันหลายชนิดสำหรับใช้ฉีก กัด ตัด แทงและเคี้ยว โดยซีโนดอนท์บางชนิดมักจะอาจมีขนปกคลุมร่างกายเพื่อที่จะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นมากยิ่งขึ้น ทั้งตัวของมันเองยังอาจผลิตความร้อนในตัวได้เอง ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความจะแตกต่างกับสัตว์เลื้อยคลานทั่วไป โดยหนึ่งในไซโนดอนท์ที่รู้จักกันดี ก็คือ ซินนอกนาตัส ก็เป็นได้