ไดโนเสาร์ ย้อนรอยยุคไดโนเสาร์ครองโลก ช่วงแรก (Age of Dinosaur)

นับว่าเป็นระยะเวลายาวนานหลายร้อยล้านปีที่เหล่าบรรดา ไดโนเสาร์ ทั้งหลายเคยเหยียบย่ำ อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ แม้ว่าพวกมันอาจไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในยุคแรกๆของโลก แต่ทว่ามันสามารถสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าบรรดามนุษย์ทั้งหลายได้ตกตะลึงกันได้เลยทีเดียว ว่าสิ่งเหล่านี้หรอที่เคยอาศัยอยู่บนโลกใบนี้มาก่อนสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์

จุดเริ่มต้นของยุค ไดโนเสาร์ ช่วงแรก

เริ่มตั้งแต่มนุษย์ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของไดโนเสาร์ ที่ได้มาจากการขุดพบ การค้นหาและศึกษาเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ของพวกมันกันมาอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลทำให้นำไปสู่การค้นพบไดโนเสาร์ชนิดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ในทุกวันนี้ ก็ได้มีไดโนเสาร์มากกว่า 400 ชนิดที่มนุษย์รู้จักและตั้งชื่อ ทว่าเหล่าบรรดานักบรรพชีวินวิทยาได้ประมาณว่า น่าจะมีไดโนเสาร์เคยอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ชนิด จึงอาจกล่าวได้ว่า มีไดโนเสาร์เพียงหนึ่งในห้าเท่านั้นที่มนุษย์รู้จัก

ไดโนเสาร์ ย้อนรอยยุคไดโนเสาร์ครองโลก ช่วงแรก (Age of Dinosaur)

ไดโนเสาร์จะแยกออกได้เป็นสองกลุ่มใหญ่นั้นก็คือ พวกที่มีสะโพกแบบกิ้งก่าหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าพวกซอริสเชียนกับพวกที่มีสะโพกแบบนกหรือออนิธิชเชียน โดยที่พวกซอริสเชียนจะมีลักษณะเด่น ก็คือ กระดูกหัวเหน่ากับก้นกบจะชี้ไปคนละทิศกันส่วนพวกออนิโธเชียนจะมีกระดูกหัวเหน่าและก้นกบชี้ไปข้างหลัง

ไดโนเสาร์ ย้อนรอยยุคไดโนเสาร์ครองโลก ช่วงแรก (Age of Dinosaur)

ในส่วนของกลุ่มซอริสเชียนประกอบด้วยสองกลุ่มย่อยคือ เทอโรพอดซึ่งเดินด้วยสองขาหลัง ก็ได้มีขากรรไกรยาวกับแนวฟันแหลมคม กินเนื้อเป็นอาหาร และพวกซอโรพอดที่กินพืช เดินสี่ขา มีลำตัวหนาและหางใหญ่ คอยาว พร้อมกับส่วนกลุ่มออนิธิชเชียนจะเป็นไดโนเสาร์กินพืชทั้งหมด โดยจะมีการแยกออกเป็นกลุ่มย่อยได้แก่ กลุ่มออนิโธพอดที่เดินสองขา ในลักษณะเดียวกับนก มีลำตัวอวบหนาและใช้หางในการทรงตัว ขากรรไกรสั้นกว่าพวกกินเนื้อ ปากมีลักษณะเป็นกระพุ้งแก้ม  กลุ่มเซอราทอปเซียนหรือพวกเดินสี่ขาที่มีเขาบนหน้า ปากเป็นจงอยแข็ง และกลุ่มแองคีโลซอเรียหรือพวกสี่ขาที่หุ้มเกราะตลอดทั้งหลัง และพวกสเตโกซอเรียหรือพวกสี่ขาที่มีแผงใหญ่บนหลัง

การแบ่งช่วงยุคของไดโนเสาร์

ไดโนเสาร์ได้ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกบนโลกเมื่อราว ๆ 215 ล้านปีที่แล้ว ในของมหายุคเมโสโซอิค ทั้งนี้ทางเหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ได้แบ่งช่วงเวลาทั้งหมดของโลกออกเป็นสี่มหายุค อันประกอบด้วย มหายุคพรีแคมเบรียนซึ่งเริ่มตั้งแต่การกำเนิดของโลกเมื่อ 4,600 ล้านปีก่อนจนถึงเมื่อ 550 ล้านปีก่อน มหายุคพาลีโอโซอิคซึ่งเริ่มตั้งแต่ 550 ล้านปีก่อนจนถึงเมื่อ 245 ล้านปีก่อน  มหายุคเมโสโซอิคซึ่งเริ่มตั้งแต่ 245 ล้านปีก่อนจนถึง 65 ล้านปีก่อน และ มหายุคซีโนโซอิคซึ่งเริ่มตั้งแต่ 65 ล้านปีก่อนจนถึงปัจจุบัน

ไดโนเสาร์ ย้อนรอยยุคไดโนเสาร์ครองโลก ช่วงแรก (Age of Dinosaur)

สำหรับมหายุคเมโสโซอิคหรือ ยุคแห่งไดโนเสาร์นั้น ก็ได้ถูกแบ่งออกเป็นยุคย่อยอีกสามยุค ได้แก่ ไทรแอสสิค (Triassic) จูราสสิก (Jurassic) และครีตาเชียส (Cretaceous)

ในยุคของไทรแอสสิค โลกมีเพียงแค่ทวีปใหญ่ทวีปเดียว ซึ่งก็เรียกว่า มหาทวีปแพนเกีย (Pangaea) ตั้งอยู่บนมหาสมุทรแพนธาลัสสาโดยที่มีทะเลธีทีสซึ่งเป็นส่วนของผืนน้ำที่แยกจากมหาสมุทรเว้าเข้าไปในตอนกลางของผืนทวีป สภาพอากาศยุคไทรแอสสิคนั้นก็มีสภาพร้อนแห้งแล้ง ยกเว้นบริเวณใกล้กับชายขอบทวีป ทั้งนี้เนื่องจากดินแดนตอนในอยู่ห่างจากทะเลมาก จึงส่งทำให้กระแสลมพัดพาความชื้นไปไม่ถึง จึงส่งผลให้พืชพรรณสามารถเติบโตได้ดีแค่เฉพาะดินแดนที่อยู่ไม่ห่างจากฝั่งทะเลมากนักเท่านั้น

ไดโนเสาร์ ย้อนรอยยุคไดโนเสาร์ครองโลก ช่วงแรก (Age of Dinosaur)

สภาพดังกล่าวก็ทำให้ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ของยุคนี้เป็นเนินเขาโล่งเตียนและทะเลทราย ยกเว้นแต่บริเวณชายขอบทวีปที่ปกคลุมด้วยผืนป่าและทุ่งเฟิร์น พืชพรรณในยุคไทรแอสสิคประกอบด้วยพืชในตระกูลเฟิร์น สน ต้นแส้หางม้าและพืชที่มีลักษณะคล้ายต้นปาล์ม ในยุคนี้ยังไม่มีพืชใบกว้าง เนื่องมาจากสภาพอากาศทีมีความชื้นในอากาศไม่มาก จนทำให้พืชต้องมีใบเล็กและแคบเพื่อลดการคายน้ำ ในขณะที่พืชดอกก็ยังไม่ถือกำเนิดขึ้นมาเช่นกัน

ในช่วงต้นของยุคไทรแอสสิค สัตว์สามัญที่สุดคือ ไซโนดอนท์ (Cynodonts) และ ดิกไซโนดอนท์ (Dicynodonts) สัตว์เหล่านี้อยู่ในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานพวกเทอแรพซิดส์เป็นสัตว์ชนิดใหม่ที่มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ยุคเพอร์เมียนซึ่งอยู่ในช่วงสุดท้ายของมหายุคพาลีโอโซอิค ซึ่งสัตว์พวกเทอแรพซิดส์นี้จะมีขายาวที่งอกออกมาจากใต้ลำตัวทำให้เคลื่อนที่ได้รวดเร็วและว่องไวมากกว่าสัตว์เลื้อยคลานกลุ่มอื่น

ไดโนเสาร์ ย้อนรอยยุคไดโนเสาร์ครองโลก ช่วงแรก (Age of Dinosaur)

ต่อมาพวกดิกไซโนดอนท์เป็นสัตว์กินพืช โดยที่จะมีงาขนาดเล็กอยู่ที่ข้างกรามเพื่อใช้สำหรับขุดรากไม้และมีจงอยปากที่แข็งแรงมาก เพื่อใช้ฉีกกินก้านแข็งๆของต้นพืช ตัวอย่างของสัตว์เหล่านี้ก็ ได้แก่ ลิสโตรซอรัสและแกนเมยีเรีย ส่วนพวกไซโนดอนท์นั้นเป็นพวกกินเนื้อ สัตว์พวกนี้มีลำตัวเพรียวยาวคล้ายสุนัขและมีขายาว พร้อมกับมีกรามแข็งแรงทรงพลังพร้อมฟันหลายชนิดสำหรับใช้ฉีก กัด ตัด แทงและเคี้ยว ซีโนดอนท์บางชนิดอาจมีขนปกคลุมร่างกายเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ทั้งยังอาจผลิตความร้อนในตัวได้เอง ซึ่งจะแตกต่างกับสัตว์เลื้อยคลานทั่วไป โดยหนึ่งในไซโนดอนท์ที่รู้จักกันดี ก็คือ ซินนอกนาตัส ก็เป็นได้