สำรวจพื้นผิวดาวอังคาร ของ NASA พบสารอินทรีย์อาจเป็นอาหารสิ่งมีชีวิต

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2561 ทางด้านขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯหรือนาซา ได้ออกมาแถลงว่าพาหนะตระเวน สำรวจพื้นผิวดาวอังคาร “คิวริออซิที โรเวอร์” ได้มีการขุดพบสารอินทรีย์ซึ่งเป็นสารประกอบของไฮโดรคาร์บอนที่มีความซับซ้อนมาก จากใต้พื้นผิวดาวอังคารที่บริเวณแอ่งขนาดใหญ่ที่เคยเป็นทะเลสาบมาก่อน

โดยที่สารอินทรีย์ดังกล่าวนี้ได้มีการปะปนอยู่ในหินโคลน ที่มีอายุเก่าแก่ 3 พันล้านปี ซึ่งหินนี้ก็ได้จมอยู่ในชั้นตะกอนของแอ่งเกล ลึกลงไปใต้พื้นผิวของดาวอังคารเพียงไม่กี่เซนติเมตร

สำรวจพื้นผิวดาวอังคาร

เมื่อหุ่นยนต์ที่ได้ออกสำรวจพื้นผิวของดาวอังคารนี้ได้นำตัวอย่างหินดังกล่าวไปให้ความร้อนในเตาอบที่อุณหภูมิ 500-820 องศาเซลเซียส ก็ได้พบว่ามีไอระเหยของสารประกอบอะโรมาติก 2 ชนิด นั้นก็คือสารประกอบจำพวกไธโอฟีน และสารประกอบอะลิฟาติก ออกมา

ทางด้านของนาซาได้สร้างฝูงผึ้งหุ่นยนต์ใช้บิน สำรวจพื้นผิวดาวอังคาร

ทางด้านของทีมวิจัยขององค์การนาซาชี้ว่า สารอินทรีย์ที่พบดังกล่าวน่าจะเป็นส่วนประกอบหนึ่งของสารเคมีที่มีความซับซ้อนยิ่งกว่านั้น ซึ่งถ้าหากดาวอังคารเคยมีสิ่งมีชีวิตจำพวกจุลชีพอยู่ เหล่าบรรดาสารอินทรีย์ที่พบนี้ก็อาจสามารถเป็นอาหารและช่วยเกื้อหนุนต่อการดำรงชีวิตของพวกมันได้

แต่ทว่าอย่างไรก็ตาม การค้นพบสารอินทรีย์ดังกล่าว ก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันหรือเคยมีสิ่งมีชีวิตในครั้งอดีตแต่อย่างใด เนื่องมาจากยังไม่สามารถพิสูจน์ถึงที่มาของสารอินทรีย์ที่พบได้ว่า มาจากสิ่งมีชีวิตหรือเพียงเกิดจากปฏิกิริยาเคมีในหินตามธรรมดา หรืออาจได้มาจากอุกกาบาตที่พุ่งชนพื้นผิวดาวอังคารก็เป็นได้

สำรวจพื้นผิวดาวอังคาร

พร้อมกับมีการคาดการณ์ว่าดาวอังคารอาจมีแหล่งมีเทนใต้ดินในรูปของมีเทนไฮเดรต หรือ “น้ำแข็งติดไฟ” เช่นเดียวกับที่พบบนโลกก็เป็นได้

ทั้งนี้ยังได้มีการตีพิมพ์ผลการค้นพบครั้งนี้ในวารสาร Science โดยที่มีรายงานการวิจัยอีกฉบับหนึ่งที่ตีพิมพ์คู่กันระบุด้วยว่า ปริมาณก๊าซมีเทนในชั้นบรรยากาศของดาวอังคารนั้นเพิ่มขึ้นและลดลงเป็นวงจรตามฤดูกาล โดยที่ในสภาพอากาศที่อบอุ่นทำให้มีการปลดปล่อยก๊าซมีเทนจากใต้ดินเพิ่มมากขึ้นกว่าในฤดูหนาวถึง 3 เท่า ซึ่งการค้นพบนี้ยังไม่เพียงพอที่จะชี้ว่า ความเปลี่ยนแปลงของปริมาณมีเทนเป็นผลมาจากกิจกรรมของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารหรือไม่

ก่อนหน้านี้ก็เคยมีรายงานการค้นพบสารอินทรีย์บนดาวอังคารมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2015 โดยที่จะพบว่าเป็นสารที่มีคลอรีนเป็นส่วนประกอบ แต่ทว่าภายหลังกลับมีข้อสงสัยว่าอาจมีการปนเปื้อนหรือมีความผิดพลาดทางเทคนิคเกิดขึ้น จึงไม่สู้มีผู้ยอมรับผลการค้นพบครั้งนั้นเท่าที่ควร

ดาวเทียมขององค์การอวกาศยุโรป เริ่มสำรวจปริมาณมีเทนในบรรยากาศของดาวอังคารแล้ว

นับตั้งแต่ลงจอดบนดาวอังคารเมื่อ 6 ปีก่อน พาหนะดังกล่าวก็ได้ตระเวนสำรวจคิวริออซิที โรเวอร์ ได้ออกปฏิบัติการเป็นระยะทางไกลรวม 19.3 กิโลเมตรแล้ว ในส่วนนาซานั้นมีแผนจะขุดสำรวจใต้พื้นผิวดาวอังคารที่ระดับความลึกมากขึ้นในอนาคตด้วยหุ่นยนต์สำรวจในโครงการเอ็กโซมาร์ส

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพัน 2561 ที่ผ่านมา ทางด้านของ นาซา ก็ได้ออกมาเปิดเผยภาพของพาโนรามาบนดาวอังคาร จากภาพถ่ายที่ยานคิวริออสซิตี้ พร้อมกับส่งกลับมาและนำมาวางเรียงต่อกัน ชนิดที่ทำให้ชาวโลกทั้งหลายจะต้องตะลึง เพราะว่าการแสดงให้เห็นสภาพพื้นผิวบนดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ อาจละม้ายคล้ายคลึงกับโลกเป็นอย่างมาก

ทางด้านของสื่อต่างประเทศรายงาน องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ได้มีการเปิดเผยแพร่ภาพพาโนรามารอบทิศของดาวอังคาร เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น จนได้สร้างความตะลึงอย่างยิ่ง เนื่องมาจากทำให้พวกเราได้เห็นว่า ดาวอังคาร หรือดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ อาจไม่ได้มีอะไรผิดแผกแตกต่างไปจากโลกมนุษย์ของเราเลยก็ว่าได้

สำรวจพื้นผิวดาวอังคาร

สำหรับภาพของพาโนรามาสุดตะลึงดังกล่าวของดาวอังคาร ได้มาจากการนำภาพ 16 ภาพมาเรียงต่อกัน โดยเป็นภาพที่ถ่ายได้จากยอดสันเขา Vera Rubin ที่อยู่บริเวณขอบปากปล่องภูเขาไฟเกล ซึ่งตั้งอยู่บนดาวอังคารเมื่อ 25 ตุลาคม 2560 ในระหว่างที่ยานคิวริออสซิตี้ได้ออกไปปฏิบัติภารกิจสำรวจดาวอังคารในช่วง 1,865 วัน หลังจากถูกส่งไปยังดาวอังคาร และยานสำรวจได้ลงสู่พื้นผิวดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ตั้งแต่ปี 2555

ทั้งนี้ ทางด้านของภาพพาโนรามาสุดอเมซิ่งภาพนี้ ยานคิวริออสซิตี้ ก็ได้มีการถ่ายจากบนสันเขา Vera Rubin ที่มีความสูงประมาณ 327 เมตรจากพื้นราบ ซึ่งยังได้มีการแสดงให้เห็นส่วนหนึ่งของปากปล่องภูเขาไฟเกล บนดาวอังคาร ความกว้างถึง 96 ไมล์ ที่คาดการณ์ว่าจะมีอายุยาวนานประมาณ 3.5-3.8 พันล้านปีก่อน

สำรวจพื้นผิวดาวอังคาร

แต่ทว่าอย่างไรก็ตาม ทางด้านขององค์การนาซาก็ได้มีการปรับสีภาพพาโนรามาที่อยู่ในบริเวณปากปล่องภูเขาไฟ อย่างที่ควรจะเป็นช่วงเวลาที่มีแสง โดยที่ได้นับตั้งแต่ยานคิวริออสซิตี้ลงสัมผัสพื้นผิวดาวอังคารไปเมื่อ5ปีก่อน และก็ได้เดินทางสำรวจบนพื้นผิวดาวอังคารแล้ว รวมเป็นระยะทาง 11 ไมล์นับจากจุดตั้งต้น หลังจากที่ได้เดินทางรอนแรมในห้วงอวกาศ จากโลกไปยังดาวอังคารที่เป็นระยะทางไกลถึง 350 ล้านไมล์เลยก็ว่าได้