เมียนมา ถูก UN ตั้งข้อกล่าวหาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในประเทศเมียนมา

จากการรายงานข่าวของสหประชาชาติ หรือ เรียกอีกชื่อว่า UN ได้ออกมาชี้แจ้งให้กับทาง เจ้าหน้าที่ทางการทหารระดับสูงของทางประเทศ เมียนมา จำเป็นที่จะต้องถูกสอบสวนในข้อหาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในเขตรัฐยะไข่ แน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักและเป็นอาชญากรรมต่อเหล่าบรรดามนุษยชาติภายในประเทศด้วย

เหตุการณ์ความรุนแรงของประเทศ เมียนมา 

โดยทางด้านของการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฉบับจริง จัดทำขึ้นมาจากการพูดคุยกันในกลุ่มของพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ การเก็บรวบรวมเหตุการณ์ต่างๆจากภาพที่ส่งมาจากดาวเทียม รูปถ่าย และ คลิปวีดีโอต่างๆ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือว่าเป็นการประณามอย่างหนักที่สุดของทางสหประชาติต่อวิกฤตโรฮิงญา

พร้อมกับมีการระบุต่ออีกว่าทางด้านของกองทัพชาวเมียนมาได้เข้ามาจัดการกับเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนี้อย่างไม่มีความเหมาะสมกับภัยคุกคามต่างๆที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความมั่นคงจริง

ทางด้านของ UN ได้มีการระบุชื่อของเจ้าหน้าทหารระดับสูงของชาวเมียนมาไม่ต่ำกว่า 6 คน จำเป็นที่จะต้องถูกไต่สวน นอกจากนี้ทางด้านของยูเอ็นเองก็ยังได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ให้กับนางออง ซาน ซู จี อย่างไม่มีการไว้หน้าเกี่ยวกับไม่สามารถหยุดความรุนแรงต่างๆที่เกิดขึ้นได้

เมียนมา ถูก UN ตั้งข้อกล่าวหาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในประเทศเมียนมา

จากรายงานฉบับนี้ยังได้มีการเรียกร้องให้ท่านได้มีส่งเรื่องราวดังกล่าวไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศเพื่อที่จะสามารถดำเนินการไปตามกับทางด้านของกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ทางด้านของคณะกรรมการที่มีการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทางด้านของสหประชาชาติต่างๆ ที่มีการตั้งขึ้นมา เมื่อช่วงเดือน มีนาคม 2017 เพื่อที่จะช่วยสืบหาความจริงจากข้อกล่าวหาต่างๆที่ได้มีการเผยแพร่ออกไปหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในประเทศเมียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในรัฐยะไข่ ที่ได้มีการย้อนกลับไปเมื่อช่วงตั้งแต่เริ่มต้นก่อนที่จะมีกองทัพเมียนมากจะเริ่มมีการใช้กำลังทางด้านของทหารครั้งใหญ่ที่สุด

หลังจากที่ทางด้านของกองทัพที่มีการติดอาวุธของชาวโรฮิงญาได้ก่อเหตุและเข้าโจมตี ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เมื่อช่วงเดือน สิงหาคม 2017 ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ความรุนแรงของประเทศ เมียนมา

เหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวทีเกิดขึ้นนั้นส่งผลทำให้ชาวโรฮิงญาไม่น้อยกว่า 7 แสนคน ได้มีการอพยพหนีออกมาจากประเทศเมีนยมา จากการรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นได้มีการระบุว่า ความหายนะที่มีเค้าลางว่าจะเกิดขึ้นมาหลายทศวรรษแล้ว และมันก็ยังเป็นผลลัพธ์ที่ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงมันไปได้ เนื่องจาก การกดขี่อย่างรุนแรงและก็เป็นระบบตั้งแต่การเกิดไปจนการตาย เป็นต้น

เมียนมา ถูก UN ตั้งข้อกล่าวหาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในประเทศเมียนมา

เนื่องจากเหตุการณ์อาชญากรรมที่เกิดขึ้นภายในรัฐคะฉิ่น รัฐฉาน และรัฐยะไข่ มีทั้งเป็นการฆาตกรรม การถูกทรมาน การถูกคุมขัง การถูกข่มขืน และการทำให้กลายเป็นทาส สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้นับว่าเป็นอาชกรรมที่ร้ายแรงมากที่สุดภายใต้กฎหมายของนานาชาติ

ภายในรัฐยะไข่ก็ได้มีการรายงานข่าวพบว่า มีลักษณะของวิธีการสังหารหมู่และการถูกเนรเทศ ในลักษณะและส่งผลให้เกิดความรุนแรงที่มีเจตนาเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พร้อมกับคณะทำงานของยูเอ็นนั้นก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่แต่ทว่าบอกว่าได้ข้อมูลมาจากการพูดคุยกับพยานในที่เกิดเหตุ พร้อมกับภาพจากดาวเทียม รูปถ่าย และคลิปวิดีโอ

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญของทางประเทศเมียนมาก็ตาม แต่ทว่าทางด้านของฝ่ายพลเรือนก็จะมีอำนาจสูงสุดภายในการควบคุมฝ่ายกองทัพน้อยมาก แต่ทว่าจากการรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวนี้มักจะมีการระบุว่า ทางด้านของเจ้าหน้าที่ทางการของฝ่ายผลเรือนมักจะมีส่วนในเรื่องของอาชญากรรมร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็น การกระทำการละเว้นจากการปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งได้มีการระบุว่า ทางด้านของนางอองซานซูจี นั้นไม่ได้ใช้อำนาจไปในเชิงปฎิบัติภายในฐานของหัวหน้ารัฐบาล หรือ เชิงศีลธรรม แต่อย่างใด ในการที่จะหยุดยั้ง ป้องกัน เหตุการณ์และสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นภายในรัฐยะไข่

จากการรายงานข่าวของยูเอ็นนี้ก็ยังมีการบอกกล่าวอีกว่า ทางด้านของกลุ่มที่มีการติดอาวุธภายในรัฐบาลคะฉิ่นและรัฐฉาน พร้อมกับทางกองทัพได้มีการปลดปล่อยชาวโรฮิงญาแห้งอาระกัน หรือ กลุ่มอาร์ซา ในรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ก็มีส่วนก่อให้เกิดเป็นความรุนแรงและการละเมิดหลายสิ่งหลายอย่างในครั้งนี้ด้วย

ทางด้านขององค์การแพทย์ที่มีการไร้พรมแดน ที่ได้มีการระบุออกมาว่าชาวโรฮิงญาไม่ต่ำกว่า 6700 คน รวมทั้งเด็กๆที่มีอายุไม่ถึง 5 ขวบ อีกไม่น้อยกว่า 730 คน ได้มีการถูกสังหารไปในช่วงเดือนแรก หลังจากเหตุการณ์ความรุนแรงในรัฐยะไข่